<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#" xmlns:georss="http://www.georss.org/georss">

<channel>
	<title>Kamtorn &#187; SEO Basic</title>
	<atom:link href="http://blog.kamtorn.com/category/knowledge/seo-basic/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://blog.kamtorn.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Tue, 20 Jul 2010 03:54:58 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.1</generator>
		<item>
		<title>SERP คืออะไร?</title>
		<link>http://blog.kamtorn.com/2009/10/what-is-serp.htm</link>
		<comments>http://blog.kamtorn.com/2009/10/what-is-serp.htm#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 23 Oct 2009 15:43:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kamtorn</dc:creator>
				<category><![CDATA[SEO Basic]]></category>
		<category><![CDATA[SEO Tips]]></category>
		<category><![CDATA[google]]></category>
		<category><![CDATA[serp]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.kamtorn.com/?p=561</guid>
		<description><![CDATA[SERP ย่อมาจาก Search Engine Results Page หมายถึง หน้าเว็บที่แสดงผลการค้นหาข้อมูลโดยเสริชเอ็นจิ้น (Search Engine) และผลการค้นหานั้นก็สอดคล้องและเกี่ยวข้องกับคำหลัก (Keyword) ที่เราต้องการค้นหานั่นเอง ซึ่งโดยปกติผลการค้นหาข้อมูลที่ปรากฏใน SERP จะประกอบไปด้วย ชื่อของเว็บไซท์ (Title) , ลิ๊งค์ไปยังเว็บไซท์ (URL) และรายละเอียดสั้นๆ ของเว็บไซท์ (Short Description) ทีนี้เพื่อให้เห็นภาพเราก็ลองมาดูภาพแสดงตัวอย่าง SERP กันครับ จากรูปเราลองมาดูกันว่าส่วนต่างๆ คืออะไรบ้าง 1. คำหลัก หรือ คีย์เวิร์ด (Keyword) ที่เราต้องการค้นหา 2. ชื่อเว็บไซท์ หรือ ไตเติ้ล (Title) ของเว็บที่อยู่ในผลการค้นหา 3. รายละเอียดสั้นๆ (Short Description) ของเว็บที่อยู่ในผลการค้นหา 4. ชื่อลิ๊งค์ (URL) ที่ลิ๊งค์ไปยังเว็บที่อยู่ในผลการค้นหา 5. ผลรวม (Result) ของการค้นหาโดยจะบอกว่าคำหลักนี้ถูกค้นเจอกี่รายการและขณะนี้กำลังแสดงผลอยู่ในหน้าที่เท่าไหร่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>SERP</strong> ย่อมาจาก <span style="color: #ff6600;">Search Engine Results Page</span> หมายถึง หน้าเว็บที่แสดงผลการค้นหาข้อมูลโดยเสริชเอ็นจิ้น (Search Engine) และผลการค้นหานั้นก็สอดคล้องและเกี่ยวข้องกับคำหลัก (Keyword) ที่เราต้องการค้นหานั่นเอง ซึ่งโดยปกติผลการค้นหาข้อมูลที่ปรากฏใน SERP จะประกอบไปด้วย ชื่อของเว็บไซท์ (Title) , ลิ๊งค์ไปยังเว็บไซท์ (URL) และรายละเอียดสั้นๆ ของเว็บไซท์ (Short Description)<span id="more-561"></span></p>
<p>ทีนี้เพื่อให้เห็นภาพเราก็ลองมาดูภาพแสดงตัวอย่าง SERP กันครับ</p>
<div id="attachment_562" class="wp-caption aligncenter" style="width: 410px"><a href="http://blog.kamtorn.com/wp-content/uploads/2009/10/serp.jpg" target="_blank"><img class="size-medium wp-image-562 " title="Search Engine Result Page" src="http://blog.kamtorn.com/wp-content/uploads/2009/10/serp-400x217.jpg" alt="Search Engine Result Page" width="400" height="217" /></a><p class="wp-caption-text">รูปแสดงส่วนต่างๆ ใน SERP</p></div>
<p><strong><span style="color: #000000;">จากรูปเราลองมาดูกันว่าส่วนต่างๆ คืออะไรบ้าง</span></strong></p>
<p>1. คำหลัก หรือ คีย์เวิร์ด (Keyword) ที่เราต้องการค้นหา<br />
2. ชื่อเว็บไซท์ หรือ ไตเติ้ล (Title) ของเว็บที่อยู่ในผลการค้นหา<br />
3. รายละเอียดสั้นๆ (Short Description) ของเว็บที่อยู่ในผลการค้นหา<br />
4. ชื่อลิ๊งค์ (URL) ที่ลิ๊งค์ไปยังเว็บที่อยู่ในผลการค้นหา<br />
5. ผลรวม (Result) ของการค้นหาโดยจะบอกว่าคำหลักนี้ถูกค้นเจอกี่รายการและขณะนี้กำลังแสดงผลอยู่ในหน้าที่เท่าไหร่</p>
<p>และถ้าสังเกตดูจะมีตัวอักษรบางตัวที่เป็นสีแดงๆ นั่นก็คือคำหลักหรือส่วนหนึ่งของคำหลักที่เราต้องการค้นครับ</p>
<p><strong><span style="color: #000000;">จากผลการค้นหานี้เรารู้อะไรบ้างและมีผลต่อการทำ SEO อย่างไร</span><br />
</strong>สำหรับผมแล้ว SERP ถือว่ามีผลต่อการทำ SEO เลยล่ะ เพราะเราสามารถประเมินคู่แข่งของเราได้ในเบื้องต้น อย่างน้อยเห็น URL ก็คาดเดาได้แล้วว่าคู่แข่งเราหินขนาดไหน อยู่ตำแหน่งไหน ทำ <a title="SEO" href="http://blog.kamtorn.com/category/seo-basic" target="_blank">SEO</a> กับคีย์เวิร์ดนี้ยังไง เป็นต้นครับ ถ้าคิดจะแข่งกับเค้าเราก็ต้องเอาข้อมูลที่ได้เหล่านี้มาช่วยกันประเมินครับว่าเราจะสู้หรือถอย กรณีถ้าเราจะทำแข่งนะครับ แต่ถ้าไม่คิดจะแข่งกับใครก็ทำตามใจเลยครับไม่แน่ทำไปทำมาอาจแซงมาอยู่ที่ 1 ก็ได้ 555</p>
<p><strong><span style="color: #000000;">สรุป</span></strong><br />
จริงๆ ผมไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกันนะครับว่า SERP ที่จริงต้องเขียนว่า SERPs หรือเปล่าและถ้าเป็นแบบนั้น SERPs ก็ต้องย่อมาจาก Search Engine Result<span style="color: #ff0000;">s</span> Pages และตรง <span style="color: #ff0000;">s</span> ผมเองก็ไม่แน่ใจว่ามีหรือไม่มี -.-&#8217; แต่จากที่ค้นๆ ดูก็เขียนได้ 2 แบบนั้นล่ะครับความหมายคงไม่ได้แตกต่างกันมากนัก ส่วนใครที่สงสัยว่าคีย์เวิร์ดที่ผมเอามาเป็นตัวอย่างนั้นมันคืออะไรก็ลองคลิกสักเว็บที่อยู่ใน SERP นั่นล่ะครับ&#8230;เดี๋ยวก็รู้ อิอิ ^^</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.kamtorn.com/2009/10/what-is-serp.htm/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Google Sandbox คืออะไร?</title>
		<link>http://blog.kamtorn.com/2009/10/what-is-google-sandbox.htm</link>
		<comments>http://blog.kamtorn.com/2009/10/what-is-google-sandbox.htm#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 23 Oct 2009 11:11:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kamtorn</dc:creator>
				<category><![CDATA[SEO Basic]]></category>
		<category><![CDATA[backlinks]]></category>
		<category><![CDATA[sandbox]]></category>
		<category><![CDATA[กล่องทราย]]></category>
		<category><![CDATA[เว็บปั่น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.kamtorn.com/?p=551</guid>
		<description><![CDATA[Sandbox แปลว่า กล่องทรายหรือหลุมทรายซึ่งในเรื่องของ SEO นั้น Sandbox คืออัลกอริทึ่มอย่างหนึ่งที่ทางกูเกิ้ลสร้างขึ้นมาเพื่อตรวจสอบเว็บเกิดใหม่ทั้งหลายไม่ให้เกิดขึ้นมาเร็วเกินไปนั่นเอง ส่วนสาเหตุที่ทางกูเกิ้ลต้องสร้างหลุมทรายนี้ขึ้นมาก็น่าจะเนื่องมาจากสาเหตุที่ว่า ในปัจจุบันนี้มีเว็บใหม่ๆ เกิดขึ้นมามากมายในแต่ละวัน แต่ละเว็บก็มีจุดประสงค์ในสร้างขึ้นมาไม่เหมือนกันและยิ่งสมัยนี้ครับหลายๆ คนรู้จักการทำ SEO เพื่อให้เว็บเกิดใหม่ของตนเองอยู่ในอันดับดีๆ (SERP) ของผลการค้นหา และต่างคนต่างก็งัดเอาเทคนิคต่างๆ มาใช้ จนบางทีเว็บใหม่ๆ เหล่านี้ ไปแย่งตำแหน่งหรือแย่งอันดับดีๆ ไปจากเว็บเดิมที่มีอยู่แล้วใน Search Engine อาจจะสงสัยกันใช่มั้ยครับว่า เอ้า&#8230;ไปแย่งอันดับแล้วผิดตรงไหน ในเมื่อเราทำ SEO ได้ดีจนเว็บเราเข้าไปติดอันดับแซงหน้าเว็บอื่นๆ ได้ ??? คำตอบคือ &#8220;ใช่&#8221; ครับ เราไม่ผิดหรอกที่เราทำ SEO จนเว็บใหม่ของเราติดอันดับดีๆ ได้อย่างรวดเร็ว แต่กูเกิ้ลกลับมองว่าเว็บใหม่ๆ เหล่านั้นก็ยังคงต้องติดอยู่ใน Sandbox สักระยะนึงอยู่ดีถึงจะทำ SEO ขั้นเทพยังไง เพื่อที่กูเกิ้ลจะได้วิเคราะห์หรือคัดกรองเว็บที่เป็นเว็บจริงๆ เป็นเว็บที่มีเนื้อหาสาระจริงๆ ถึงจะได้เข้ามาอยู่ในระบบการค้นหาแบบเต็มตัว ไม่ใช่เว็บปั่นที่เน้นปริมาณและทำขึ้นมาเพื่อหวังจะให้ index เยอะๆ หรือเพื่อทำ link popularity เพื่อสร้างเครือข่ายเว็บของตัวเอง และนั่นก็น่าจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่บางทีเราทำเว็บใหม่ออกมาและหลังจากที่ทำการโปรโมทสักพัก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>Sandbox</strong> แปลว่า กล่องทรายหรือหลุมทรายซึ่งในเรื่องของ <a title="SEO" href="http://blog.kamtorn.com/category/seo-basic" target="_blank">SEO</a> นั้น Sandbox คือ<span style="color: #ff6600;">อัลกอริทึ่มอย่างหนึ่งที่ทางกูเกิ้ลสร้างขึ้นมาเพื่อตรวจสอบเว็บเกิดใหม่ทั้งหลาย</span>ไม่ให้เกิดขึ้นมาเร็วเกินไปนั่นเอง ส่วนสาเหตุที่ทางกูเกิ้ลต้องสร้างหลุมทรายนี้ขึ้นมาก็น่าจะเนื่องมาจากสาเหตุที่ว่า ในปัจจุบันนี้มีเว็บใหม่ๆ เกิดขึ้นมามากมายในแต่ละวัน แต่ละเว็บก็มีจุดประสงค์ในสร้างขึ้นมาไม่เหมือนกันและยิ่งสมัยนี้ครับหลายๆ คนรู้จักการทำ SEO เพื่อให้เว็บเกิดใหม่ของตนเองอยู่ในอันดับดีๆ (SERP) ของผลการค้นหา และต่างคนต่างก็งัดเอาเทคนิคต่างๆ มาใช้ จนบางทีเว็บใหม่ๆ เหล่านี้ <span style="color: #ff6600;">ไปแย่งตำแหน่งหรือแย่งอันดับดีๆ</span> ไปจากเว็บเดิมที่มีอยู่แล้วใน Search Engine<span id="more-551"></span></p>
<p>อาจจะสงสัยกันใช่มั้ยครับว่า เอ้า&#8230;ไปแย่งอันดับแล้วผิดตรงไหน ในเมื่อเราทำ SEO ได้ดีจนเว็บเราเข้าไปติดอันดับแซงหน้าเว็บอื่นๆ ได้ ???</p>
<p>คำตอบคือ &#8220;<span style="color: #ff6600;">ใช่</span>&#8221; ครับ เราไม่ผิดหรอกที่เราทำ SEO จนเว็บใหม่ของเราติดอันดับดีๆ ได้อย่างรวดเร็ว แต่กูเกิ้ลกลับมองว่าเว็บใหม่ๆ เหล่านั้นก็ยังคงต้องติดอยู่ใน Sandbox สักระยะนึงอยู่ดีถึงจะทำ SEO ขั้นเทพยังไง เพื่อที่กูเกิ้ลจะได้วิเคราะห์หรือคัดกรองเว็บที่เป็นเว็บจริงๆ เป็นเว็บที่มีเนื้อหาสาระจริงๆ ถึงจะได้เข้ามาอยู่ในระบบการค้นหาแบบเต็มตัว ไม่ใช่เว็บปั่นที่เน้นปริมาณและทำขึ้นมาเพื่อหวังจะให้ index เยอะๆ หรือเพื่อทำ link popularity เพื่อสร้างเครือข่ายเว็บของตัวเอง</p>
<div id="attachment_553" class="wp-caption aligncenter" style="width: 346px"><a href="http://blog.kamtorn.com/wp-content/uploads/2009/10/google_sandbox.jpg"><img class="size-full wp-image-553" title="google sandbox" src="http://blog.kamtorn.com/wp-content/uploads/2009/10/google_sandbox.jpg" alt="google sandbox" width="336" height="247" /></a><p class="wp-caption-text">รูปประกอบจากอินเตอร์เน็ต</p></div>
<p>และนั่นก็น่าจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่บางทีเราทำเว็บใหม่ออกมาและหลังจากที่ทำการโปรโมทสักพัก ไม่กี่วันหรอกครับเว็บเราก็สามารถเข้ามาติดอยู่อันดับต้นๆ ของการค้นหาได้ แต่เมื่อผ่านไปสักพักเว็บนั้นก็หล่นตุ้บลงไปอยู่ไหนก็ไม่รู้ ซึ่งก็คาดว่าจะหล่นไปอยู่ในกล่องทรายนั่นล่ะ จะเห็นได้ชัดเลยถ้าเว็บเราทำ SEO ในคีย์เวิร์ดที่ค่อนข้างจะมีคนทำเยอะ</p>
<p><span style="color: #000000;"><strong>เมื่อไหร่ถึงจะหลุดจาก Sandbox</strong><br />
</span>ถ้าจะถามว่าเมื่อไหร่คงไม่มีใครตอบได้หรอกครับ แต่จากที่ดูๆ ก็เป็นเดือนครับ อย่างเร็วก็ 1 &#8211; 2 เดือน อย่างช้าก็ 3 &#8211; 6 เดือน หรือบางคนอาจมากกว่านั้น ทั้งนี้ก็ขึ้อยู่กับปัจจัยอื่นด้วยซึ่งอย่างแรกๆ เลยก็น่าจะเป็นความมีคุณภาพของเว็บ ทั้งข้อมูลเนื้อหา การอัพเดตและแบ็คลิ๊งค์ </p>
<p><span style="color: #000000;"><strong>จะหลุดจาก Sandbox อย่างรวดเร็วได้ยังไง<br />
</strong></span>ถ้าอยากจะหลุดจาก Sandbox เร็วๆ อย่างแรกเลยที่นึกถึงคือ <a title="Backlinks" href="http://blog.kamtorn.com/seo-basic/backlinks-seo.html" target="_blank">Backlink</a> หาลิ๊งค์เข้าเว็บไซท์เราให้มากเข้าไว้ จะให้ดีต้องเป็น One Way Link และต้องจากเว็บที่มีคุณภาพด้วย และต้องทำให้เป็นธรรมชาติด้วยนะครับไม่ใช่ว่ามีเงินก็ไปหาซื้อลิ๊งค์เอาจากหลายๆ เว็บ แบบนี้กูเกิ้ลก็สามารถตรวจสอบได้นะแล้วก็พี่แกไม่ปลื้มซะด้วย</p>
<p><span style="color: #000000;"><strong>จะรู้ได้อย่างไรว่าหลุดจาก Sandbox แล้ว</strong></span><br />
การจะดูว่าเว็บเรานั้นหลุดจากกล่องทรายแล้วหรือยังผมใช้วิธีตรวจสอบง่ายๆ ครับ นั่นคือดูจาก <a title="PageRank" href="http://blog.kamtorn.com/seo-basic/what-is-google-pagerank.html" target="_blank">PageRank</a> ของเว็บเรา ถ้ามี PageRank ตั้งแต่ 1 &#8211; 10 เมื่อไหร่ ก็แสดงว่าเว็บเราอยู่ในสายตาของกูเกิ้ลแล้ว เรื่องของ PageRank ผมเคยเขียนไปแล้วครับอ่านได้ที่ <a rel="bookmark" href="http://blog.kamtorn.com/seo-basic/what-is-google-pagerank.html">Google PageRank คืออะไร?</a></p>
<p><strong><span style="color: #000000;">สรุป</span></strong><br />
คงเข้าใจเรื่อง Sandbox กันบ้างแล้วนะครับ ดังนั้นไม่ต้องตกใจไปที่บางทีอยู่ๆ เว็บใหม่ของเราก็อันดับหายไปจากกูเกิ้ล ถ้าเว็บเราดีจริงอีกไม่นานก็กลับมาทวงตำแหน่งคืนอีกครั้ง ขอให้เราตั้งหน้าตั้งตาอัพเดตข้อมูลให้สม่ำเสมอแล้วก็ทำ <a title="SEO" href="http://blog.kamtorn.com/category/seo-basic" target="_blank">SEO</a> ควบคู่ไปด้วยก็พอครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.kamtorn.com/2009/10/what-is-google-sandbox.htm/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Google PageRank คืออะไร?</title>
		<link>http://blog.kamtorn.com/2009/10/what-is-google-pagerank.htm</link>
		<comments>http://blog.kamtorn.com/2009/10/what-is-google-pagerank.htm#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 20 Oct 2009 14:58:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kamtorn</dc:creator>
				<category><![CDATA[SEO Basic]]></category>
		<category><![CDATA[google]]></category>
		<category><![CDATA[pagerank]]></category>
		<category><![CDATA[pr]]></category>
		<category><![CDATA[ลิ๊งค์เพื่อนบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[แลกลิ๊งค์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.kamtorn.com/?p=540</guid>
		<description><![CDATA[Google PageRank (หรือเรียกสั้นๆ ว่า PR) คือ ค่าคะแนนที่กูเกิ้ลให้กับเว็บไซท์ต่างๆ ที่อยู่ในระบบการค้นหาของกูเกิ้ล ซึ่งค่าคะแนนที่ว่านี้เป็นตัวชี้วัดคุณภาพของเว็บไซท์ของเรานั่นเอง โดยมีค่าคะแนนตั้งแต่ 0 ไปจนถึง 10 คะแนน แน่นอนครับว่าคะแนนมากย่อมหมายถึงว่าเว็บไซท์นั้นเป็นเว็บดีมีคุณภาพ ค่า PR นี้ก็เป็นหนึ่งในหลายๆ อย่างที่นักทำ SEO อย่างเราๆ ท่านๆ ต้องการครับ เพราะถ้าเว็บเรามีค่า PR มาก ก็สามารถทำอันดับดีๆ ในผลการค้นหาของกูเกิ้ลได้ และอยากจะบอกว่าเรื่อง PR นี่ล่ะครับที่ทำให้เราได้เสียวกันบ่อยๆ เพราะค่า PR นี้มันสามารถเพิ่มๆ ลดๆ ได้ตลอดเวลา เราลองมาทำความรู้จักเรื่องค่า PageRank นี้กันสักนิดครับ เราจะได้คะแนน PageRank อย่างไร ต้องทำเว็บครับ&#8230; ^^ แฮะๆ ไม่ได้กวนนะครับ &#8230; เพราะหลังจากที่เราทำเว็บเสร็จและทำการโปรโมทไปสักระยะถ้าเว็บเราทำไม่เข้าข่ายผิดกฎของกูเกิ้ลเราก็จะได้ค่า PR นี่มาครอบครองแล้วครับ ส่วนจะมากหรือน้อยนั้นก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยบางอย่าง (จริงๆ อาจจะหลายอย่างครับ แต่เอาแค่บางอย่างที่ผมทราบละกัน ^^) [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>Google PageRank (หรือเรียกสั้นๆ ว่า PR) คือ <span style="color: #808000;">ค่าคะแนนที่กูเกิ้ลให้กับเว็บไซท์ต่างๆ ที่อยู่ในระบบการค้นหาของกูเกิ้ล ซึ่งค่าคะแนนที่ว่านี้เป็นตัวชี้วัดคุณภาพของเว็บไซท์ของเรานั่นเอง</span> โดยมีค่าคะแนนตั้งแต่ 0 ไปจนถึง 10 คะแนน แน่นอนครับว่าคะแนนมากย่อมหมายถึงว่าเว็บไซท์นั้นเป็นเว็บดีมีคุณภาพ ค่า PR นี้ก็เป็นหนึ่งในหลายๆ อย่างที่นักทำ <a title="SEO" href="http://blog.kamtorn.com/category/seo-basic" target="_blank">SEO</a> อย่างเราๆ ท่านๆ ต้องการครับ เพราะถ้าเว็บเรามีค่า PR มาก ก็สามารถทำอันดับดีๆ ในผลการค้นหาของกูเกิ้ลได้ และอยากจะบอกว่าเรื่อง PR นี่ล่ะครับที่ทำให้เราได้เสียวกันบ่อยๆ เพราะค่า PR นี้มันสามารถเพิ่มๆ ลดๆ ได้ตลอดเวลา เราลองมาทำความรู้จักเรื่องค่า PageRank นี้กันสักนิดครับ<span id="more-540"></span></p>
<p><strong><span style="color: #000000;">เราจะได้คะแนน PageRank อย่างไร</span></strong><br />
ต้องทำเว็บครับ&#8230; ^^ แฮะๆ ไม่ได้กวนนะครับ &#8230; เพราะหลังจากที่เราทำเว็บเสร็จและทำการโปรโมทไปสักระยะถ้าเว็บเราทำไม่เข้าข่ายผิดกฎของกูเกิ้ลเราก็จะได้ค่า PR นี่มาครอบครองแล้วครับ ส่วนจะมากหรือน้อยนั้นก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยบางอย่าง (จริงๆ อาจจะหลายอย่างครับ แต่เอาแค่บางอย่างที่ผมทราบละกัน ^^) ดูกันต่อเลย&#8230;</p>
<p><span style="color: #000000;"><strong>เราจะเพิ่มค่า PageRank ได้อย่างไร</strong><br />
</span>การที่เราจะมีค่าคะแนน PR สูงๆ นั้นจากประสบการณ์ตรงของผมเองเลยมีอยู่ 2 ข้อครับ</p>
<p>1. <strong>เนื้อหาของเว็บ </strong>ผมมีรุ่นน้องอยู่คนนึงทำเว็บเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรม เนื้อหาดีมากครับไม่ลอกใคร ไม่ซ้ำใคร แต่มีคนเข้าวันละ 400 &#8211; 500 คน เว็บนี้มี PR5 ครับ ถามว่าค่า PR5 นี่เยอะมั้ย ผมบอกได้เลยว่าสำหรับเว็บไซท์ในประเทศไทยถือว่าเยี่ยมเลยครับ</p>
<p>2. <strong>ปริมาณลิ๊งค์เข้าหรือ Inbound Links</strong> หมายถึง <span style="color: #ff0000;">การที่มีเว็บไซท์อื่นๆ ทำลิ๊งค์มาหาเราครับยิ่งมากยิ่งดี และยิ่งเว็บนั้นๆ มีค่า PR สูงๆ นี่ยิ่งดีสุดๆ เลยครับ</span> และเรื่องการหาลิ๊งค์เข้านี่ล่ะครับเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ทำให้เราต้องปวดขมับและเหน็ดเหนื่อยเหลือเกิน ลองอ่าน <a title="Backlinks" href="http://blog.kamtorn.com/seo-basic/backlinks-seo.html" target="_blank">Backlinks คืออะไร?</a> ทำ SEO ต้องรู้จักไว้ ที่ผมเขียนไว้คราวก่อนดูครับ อย่างเว็บผมเนี่ยขณะที่เขียนบทความอยู่มี PR3 ครับ ซึ่งส่วนหนึ่งก็ได้อานิสงค์มาจากเว็บ PR5 ของรุ่นน้องนี่ล่ะ ^^</p>
<div id="attachment_543" class="wp-caption aligncenter" style="width: 544px"><a href="http://blog.kamtorn.com/wp-content/uploads/2009/10/pagerank-kamtorn.jpg"><img class="size-full wp-image-543 " title="pagerank-kamtorn" src="http://blog.kamtorn.com/wp-content/uploads/2009/10/pagerank-kamtorn.jpg" alt="ให้ดูกันจะๆ PR3" width="534" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">ให้ดูกันจะๆ PR3</p></div>
<p>จากปัจจัยเบื้องต้น 2 ข้อนี้ <span style="color: #ff6600;">ผมว่าก็เพียงพอครับที่จะสามารถทำให้เราเพิ่ม หรืออย่างน้อยก็รักษาค่า PR ไว้ให้คงที่ไม่ลดลงไปกว่าเดิมได้</span> และมือใหม่อย่างเราๆ เนี่ยก็สามารถทำกันได้ง่ายๆ เลยขอให้สู้ๆ กันครับ</p>
<p><strong><span style="color: #000000;">เราจะตรวจสอบ PageRank ได้อย่างไร</span></strong><br />
โม้มาตั้งนานเกือบลืมวิธีการตรวจสอบค่า PR ไปซะแล้ว วิธีการก็ไม่ยากเลยครับเพราะมีหลายวิธีในการตรวจสอบ และก็ยังมีเว็บไซท์หลายแห่งให้บริการตรวจสอบค่า PR แต่ผมจะขอยกตัวอย่างสักเว็บละกันนั่นคือที่ <a title="ตรวจสอบค่า PR" href="http://mypagerank.net/service_pagerankbutton_index" target="_blank">mypagerank.net</a> ครับ นอกจากจะตรวจสอบค่า PageRank ให้เราแล้ว ยังสามารถนำปุ่มแสดงค่า PageRank มาติดในเว็บเราได้อีกด้วย</p>
<div id="attachment_548" class="wp-caption aligncenter" style="width: 532px"><a href="http://blog.kamtorn.com/wp-content/uploads/2009/10/pr3.jpg"><img class="size-full wp-image-548" title="PageRank 3" src="http://blog.kamtorn.com/wp-content/uploads/2009/10/pr3.jpg" alt="ตัวอย่างการตรวจสอบ PR ที่ mypagerank.net" width="522" height="164" /></a><p class="wp-caption-text">ตัวอย่างการตรวจสอบ PR ที่ mypagerank.net</p></div>
<p>ยังมีเรื่องเกี่ยวกับ PageRank อีกหลายอย่างครับถ้าเขียนเยอะไปกลัวจะขี้เกียจอ่านกัน เอาไว้ผมจะเขียนไว้ตอนต่อๆ ไปละกันครับ</p>
<p><strong><span style="color: #000000;">สรุป</span></strong><br />
ผมไม่อยากให้เราไปซีเรียสกับเรื่อง PR นี้มากมายนัก มันไม่แน่ไม่นอนครับ เพราะวันดีคืนดี PR ของเราก็อาจจะเพิ่มได้แบบก้าวกระโดดเลย แต่ถ้าวันไหนราหูเข้าพระเสาร์แทรก PR ของท่านอาจจะเหลือ 0 ก็ได้ครับ เพราะอย่างที่บอกมันขึ้นอยู่กับปัจจัยอีกหลายอย่างรวมถึงโชคด้วย ผมแนะนำว่าขอให้ท่านตั้งหน้าตั้งตาทำเว็บดีๆ มีคุณภาพต่อไปเรื่อยๆ ดีกว่าแล้วสักวันสิ่งที่หวังไว้ก็จะประสบผลสำเร็จครับ ^^</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.kamtorn.com/2009/10/what-is-google-pagerank.htm/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Backlinks คืออะไร? ทำ SEO ต้องรู้จักไว้</title>
		<link>http://blog.kamtorn.com/2009/09/backlinks-seo.htm</link>
		<comments>http://blog.kamtorn.com/2009/09/backlinks-seo.htm#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 21 Sep 2009 09:12:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kamtorn</dc:creator>
				<category><![CDATA[SEO Basic]]></category>
		<category><![CDATA[keyword]]></category>
		<category><![CDATA[pr]]></category>
		<category><![CDATA[seo]]></category>
		<category><![CDATA[ลิ๊งค์เพื่อนบ้าน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.kamtorn.com/?p=478</guid>
		<description><![CDATA[Backlinks คือ ลิ๊งค์จากที่ต่างๆ ที่ชี้เข้ามายังเว็บไซท์หรือบล๊อกของเรา ถือเป็นสิ่งสำคัญมากอันดับต้นๆ ในการทำ SEO เลยก็ว่าได้นะครับ เพราะ Backlinks นั้นสามารถทำให้เว็บของเรามีตำแหน่งที่ดีจากการค้นหา ช่วยเพิ่มค่าคะแนนคุณภาพของเว็บ หรือที่เราเรียกกันว่า PageRank หรือ PR นั่นเอง และยังเป็นตัวบ่งชี้ถึงความฮอทของเว็บเราได้ด้วยนะครับ ^^ ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น? มองกันแบบบ้านๆ นะครับ เวลาเราเข้าไปเยี่ยมชมเว็บไหนถ้าเว็บนั้นมีเนื้อหาที่ดี มีประโยชน์ต่อเราหรือเราเห็นว่าน่าจะมีประโยชน์ต่อคนอื่น เราก็อยากจะทำลิ๊งค์กลับไปหาเว็บนั้นใช่มั้ยครับ Google ก็มองแบบนี้เหมือนกัน คือมองว่าเว็บไหนที่มีคนทำลิ๊งค์กลับมาหาเยอะๆ เว็บนั้นล่ะคือเว็บไซท์ที่มีคุณภาพ สมควรอย่างยิ่งที่จะจัดให้ไปอยู่อันดับสูงๆ หรือสมควรให้ค่า PageRank สูงๆ ทำยังไงถึงได้ Backlinks การหา Backlinks ให้เว็บไซท์ของเรานั้นจะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยากนะครับ และยังมีแบบฟรีกับเสียเงินด้วย สำหรับมือใหม่หัดทำ SEO ลองมาดูวิธีการหา Backlinks แบบฟรีๆ กันก่อนดีกว่า วิธีการสุดคลาสสิคก็คือการแลกลิ๊งค์กับเว็บไซท์ต่างๆ นั่นเอง ซึ่งฟังดูเหมือนง่ายแต่จริงๆ เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกันครับ เพราะสมัยนี้ใครๆ ก็ทำ SEO กันทั้งนั้น จึงเกิดอาการหวงลิ๊งค์กันขึ้นมา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>Backlinks</strong> คือ ลิ๊งค์จากที่ต่างๆ ที่ชี้เข้ามายังเว็บไซท์หรือบล๊อกของเรา ถือเป็นสิ่งสำคัญมากอันดับต้นๆ ในการทำ <a title="SEO" href="http://blog.kamtorn.com/category/seo-basic" target="_blank">SEO</a> เลยก็ว่าได้นะครับ เพราะ Backlinks นั้นสามารถทำให้เว็บของเรามีตำแหน่งที่ดีจากการค้นหา ช่วยเพิ่มค่าคะแนนคุณภาพของเว็บ หรือที่เราเรียกกันว่า PageRank หรือ PR นั่นเอง และยังเป็นตัวบ่งชี้ถึงความฮอทของเว็บเราได้ด้วยนะครับ ^^<img title="More..." src="http://blog.kamtorn.com/wp-includes/js/tinymce/plugins/wordpress/img/trans.gif" alt="" /><span id="more-478"></span></p>
<p><strong>ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น?</strong><br />
มองกันแบบบ้านๆ นะครับ เวลาเราเข้าไปเยี่ยมชมเว็บไหนถ้าเว็บนั้นมีเนื้อหาที่ดี มีประโยชน์ต่อเราหรือเราเห็นว่าน่าจะมีประโยชน์ต่อคนอื่น เราก็อยากจะทำลิ๊งค์กลับไปหาเว็บนั้นใช่มั้ยครับ Google ก็มองแบบนี้เหมือนกัน <span style="color: #800000;">คือมองว่าเว็บไหนที่มีคนทำลิ๊งค์กลับมาหาเยอะๆ เว็บนั้นล่ะคือเว็บไซท์ที่มีคุณภาพ</span> สมควรอย่างยิ่งที่จะจัดให้ไปอยู่อันดับสูงๆ หรือสมควรให้ค่า PageRank สูงๆ</p>
<p><strong>ทำยังไงถึงได้ Backlinks</strong><br />
การหา Backlinks ให้เว็บไซท์ของเรานั้นจะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยากนะครับ และยังมีแบบฟรีกับเสียเงินด้วย สำหรับมือใหม่หัดทำ SEO ลองมาดูวิธีการหา Backlinks แบบฟรีๆ กันก่อนดีกว่า</p>
<p><span style="color: #ff0000;">วิธีการสุดคลาสสิคก็คือการแลกลิ๊งค์กับเว็บไซท์ต่างๆ</span> นั่นเอง ซึ่งฟังดูเหมือนง่ายแต่จริงๆ เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกันครับ เพราะสมัยนี้ใครๆ ก็ทำ <a title="SEO" href="http://blog.kamtorn.com/category/seo-basic" target="_blank">SEO</a> กันทั้งนั้น จึงเกิดอาการหวงลิ๊งค์กันขึ้นมา หวงยังไงเหรอครับ&#8230; ก็คือเจ้าของเว็บที่ทำ SEO นั้นไม่อยากให้มี External Link หรือลิ๊งค์ออกภายนอกมากจนเกินไปหรือโดยไม่จำเป็น และต่างคนต่างก็อยากได้ One Way Link หรือลิ๊งค์ทางเดียวกันทั้งนั้น (ตรงนี้ผมจะเขียนให้ต่อคราวหน้าครับ)</p>
<p>อีกวิธีของการหา Backlinks แบบดั้งเดิมเลยก็คือ<span style="color: #ff6600;">การไปซับมิต (Submit) หรือไปเพิ่มรายชื่อเว็บไซท์ของเราตามเว็บไดเรกทอรี (Web Directory)</span> ที่ต่างๆ ครับ วิธีนี้นอกจากจะได้ลิ๊งค์กลับมาหาเราแล้ว เรายังได้ลิ๊งค์แบบทางเดียวหรือ one way link กลับมาหาเราอีกด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องดูตามเงื่อนไขของเว็บไดเรกทอรี่ที่เราไปสมัครด้วยนะครับว่าเราต้องติดลิ๊งค์ให้เค้ากลับคืนหรือเปล่า</p>
<p>ต่อไปเป็นวิธีเสียเงินครับหรือที่เรียกกันว่า<span style="color: #008000;">การซื้อลิ๊งค์ วิธีนี้ได้ผลดีรวดเร็วครับ</span> และเราสามารถเลือกได้ว่าจะซื้อลิ๊งค์กับเว็บไหนมีค่า PageRank เท่าไหร่ การซื้อลิ๊งค์สามารถดันเว็บเราให้ติดอันดับได้เร็วก็จริง แต่ก็ทำให้เกิดปัจจัยเสี่ยงอยู่เหมือนกันนะครับ ถ้า Google จับได้ว่าเราซื้อขายลิ๊งค์ ซึ่งปัจจุบัน Google ก็สามารถตรวจสอบได้ แล้วก็จับตาดูพฤติกรรมของเว็บแนวๆ นี้อยู่ แน่นอนครับถ้าโดนจับได้ก็อาจถูกลงโทษต่างๆ นานา ซึ่งก็ทำให้คนทำ SEO อย่างเราๆ ก็หวาดผวาไปตามกัน</p>
<p><strong>สรุปครับ</strong> <span style="color: #808000;">การที่เราจะได้ Backlinks เยอะๆ จากเว็บดีๆ สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพของเว็บเราเป็นหลักด้วยนะครับ</span> ถ้าเว็บเราดีมีสาระ มีเนื้อหาเป็นที่น่าสนใจ คนอื่นที่เข้ามาดูเว็บเราเค้าก็สนใจ และก็อยากทำลิ๊งค์กลับมาให้ นี่ล่ะครับหัวใจสำคัญของการได้มาซึ่ง Backlinks</p>
<div class="wp-caption aligncenter" style="width: 299px"><img title="backlinks" src="http://blog.kamtorn.com/wp-content/uploads/2009/09/back_links.jpg" alt="backlinks" width="289" height="278" /><p class="wp-caption-text">รูปประกอบจากอินเตอร์เน็ต</p></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.kamtorn.com/2009/09/backlinks-seo.htm/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>SEO วันนี้คุณแก้แท็ก title หรือยัง</title>
		<link>http://blog.kamtorn.com/2009/06/seo-title-tag.htm</link>
		<comments>http://blog.kamtorn.com/2009/06/seo-title-tag.htm#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 26 Jun 2009 10:52:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kamtorn</dc:creator>
				<category><![CDATA[SEO Basic]]></category>
		<category><![CDATA[google]]></category>
		<category><![CDATA[search engine]]></category>
		<category><![CDATA[serp]]></category>
		<category><![CDATA[title]]></category>
		<category><![CDATA[yahoo]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.kamtorn.com/?p=318</guid>
		<description><![CDATA[สำหรับผู้ที่เริ่มปรับแต่งเว็บไซท์ด้วยการทำ SEO ผมว่าอย่างแรกๆ เลยของการปรับแต่งก็ต้องนี่เลยครับ เข้าไปแก้ไขไตเติ้ล (title) ของเว็บไซท์ เพราะโดยหลักการแล้วพวก Search Engine ต่างๆ ก็จะเอาข้อความในไตเติ้ลนั่นล่ะครับไปแสดงในผลของการค้นหา และสอดคล้องกับคำหรือคีย์เวิร์ดที่เราต้องการค้น ดังนั้นเราจึงควรใส่ใจและอย่ามองข้ามความสำคัญของไตเติ้ลในเว็บของเราเด็ดขาดครับ แล้วไตเติ้ลแบบไหนถึงจะดีต่อ SEO เมื่อก่อนผมเองไม่รู้จัก SEO ทำเว็บกี่เว็บก็จะใส่ไตเติ้ลเป็นชื่อเว็บบ้างหรือชื่ออะไรก็แล้วแต่ตามใจตัวเองเลย บางทีก็มีอักขระแปลกๆ เน้นความเท่ห์ไม่เหมือนใครไว้ก่อน แล้วก็ทำการโปรโมทเว็บไปเรื่อยเปื่อย ส่วนมากก็จะขอแลกลิ๊งค์กับเว็บอื่นๆ ไปเรื่อยไม่สนใจกับอันดับการค้นหา เรื่องของคีย์เวิร์ด (Keywords) หรือระบบอะไรเกี่ยวกับ Search Engine เพราะคิดว่าเดี๋ยวเว็บคนเข้าเยอะๆ อันดับในการค้นหาก็คงจะดีขึ้นมาเองล่ะมั้ง หรือที่เว็บนั้นอันดับดีๆ คงเพราะทำมานานละมั้ง แต่ผมก็รู้ว่าผมคิดผิด เมื่อมารู้จักคำว่า SEO และจากการได้ศึกษาเรื่อง SEO สิ่งแรกๆ ที่ผมรู้ว่าต้องนำไปแก้ไขอย่างแรกๆ เลยก็คือเรื่องของไตเติ้ล หรือข้อความในแท็ก &#60;title&#62; นั่นเองล่ะครับ รู้เลยว่าไอ้ที่ทำๆ มาน่ะมันไม่ได้เรื่อง ได้ตรงแปลกแต่ไร้คุณภาพ เพราะจากข้อมูลที่ได้ดูมาเค้าบอกว่าไตเติ้ลที่ดีนั้นควรจะเป็นแบบนี้ครับ&#8230; 1. ข้อความในแท็ก &#60;title&#62; ของแต่ละหน้าต้องไม่เหมือนกัน เพราะ&#8230; เวลาบอทจากเสิร์ชเอ็นจิ้นต่างๆ เข้ามาเพื่อเก็บข้อมูล [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://blog.kamtorn.com/wp-content/uploads/2009/06/seo-title.jpg"></a>สำหรับผู้ที่เริ่มปรับแต่งเว็บไซท์ด้วยการทำ SEO ผมว่าอย่างแรกๆ เลยของการปรับแต่งก็ต้องนี่เลยครับ เข้าไปแก้ไขไตเติ้ล (title) ของเว็บไซท์ เพราะโดยหลักการแล้วพวก Search Engine ต่างๆ ก็จะเอาข้อความในไตเติ้ลนั่นล่ะครับไปแสดงในผลของการค้นหา และสอดคล้องกับคำหรือคีย์เวิร์ดที่เราต้องการค้น ดังนั้นเราจึงควรใส่ใจและอย่ามองข้ามความสำคัญของไตเติ้ลในเว็บของเราเด็ดขาดครับ<span id="more-318"></span><strong></strong></p>
<p><strong>แล้วไตเติ้ลแบบไหนถึงจะดีต่อ <a title="SEO" href="http://blog.kamtorn.com/category/seo-basic" target="_blank">SEO</a><br />
</strong>เมื่อก่อนผมเองไม่รู้จัก SEO ทำเว็บกี่เว็บก็จะใส่ไตเติ้ลเป็นชื่อเว็บบ้างหรือชื่ออะไรก็แล้วแต่ตามใจตัวเองเลย บางทีก็มีอักขระแปลกๆ เน้นความเท่ห์ไม่เหมือนใครไว้ก่อน แล้วก็ทำการโปรโมทเว็บไปเรื่อยเปื่อย ส่วนมากก็จะขอแลกลิ๊งค์กับเว็บอื่นๆ ไปเรื่อยไม่สนใจกับอันดับการค้นหา เรื่องของคีย์เวิร์ด (Keywords) หรือระบบอะไรเกี่ยวกับ Search Engine เพราะคิดว่าเดี๋ยวเว็บคนเข้าเยอะๆ อันดับในการค้นหาก็คงจะดีขึ้นมาเองล่ะมั้ง หรือที่เว็บนั้นอันดับดีๆ คงเพราะทำมานานละมั้ง แต่ผมก็รู้ว่าผมคิดผิด เมื่อมารู้จักคำว่า <strong>SEO</strong></p>
<p>และจากการได้ศึกษาเรื่อง SEO สิ่งแรกๆ ที่ผมรู้ว่าต้องนำไปแก้ไขอย่างแรกๆ เลยก็คือเรื่องของไตเติ้ล หรือข้อความในแท็ก &lt;title&gt; นั่นเองล่ะครับ รู้เลยว่าไอ้ที่ทำๆ มาน่ะมันไม่ได้เรื่อง ได้ตรงแปลกแต่ไร้คุณภาพ เพราะจากข้อมูลที่ได้ดูมาเค้าบอกว่าไตเติ้ลที่ดีนั้นควรจะเป็นแบบนี้ครับ&#8230;</p>
<p><strong>1. ข้อความในแท็ก &lt;title&gt; ของแต่ละหน้าต้องไม่เหมือนกัน</strong> เพราะ&#8230; เวลาบอทจากเสิร์ชเอ็นจิ้นต่างๆ เข้ามาเพื่อเก็บข้อมูล จะได้จำแนกข้อมูลและเนื้อหาของแต่ละหน้าได้ถูกต้อง พูดง่ายๆ อย่าตั้งชื่อซ้ำกัน<br />
<strong>2. ข้อความในแท็ก &lt;title&gt; ของแต่ละหน้าควรจะสั้นแต่ได้ใจความ</strong> เพราะ&#8230; เวลาเสิร์ชเอ็นจิ้นแสดงผลการค้นหาเป็นชื่อเว็บเราอาจจะแสดงข้อมูลได้ไม่ครบ ทำให้ผู้ที่อ่านเกิดความสับสน หรือไม่เข้าใจ<br />
<strong>3. ข้อความในแท็ก &lt;title&gt; ของแต่ละหน้าควรจะสอดคล้องและมีความสัมพันธ์กับเนื้อหาในหน้านั้นๆ</strong> เพราะ&#8230; จะได้สร้างความน่าเชื่อถือให้กับเสิร์ชเอ็นจิ้นมากขึ้น ว่าเว็บของเรามีเนื้อหาข้อมูลที่เกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ จริงๆ โดยข้อความที่เราจะใส่ลงไปนั้นควรจะเป็นคำสำคัญของหน้านั้น หรือที่เรียกว่าคีย์เวิร์ด (Keywords) นั่นเอง แต่ต้องไม่เยอะจนเกินไปนะครับ</p>
<p>ซึ่งวิธีการดังกล่าวเป็นวิธีแบบคลาสสิกแต่ผมว่าใช้ได้ผลดีทีเดียวครับ และผมก็ได้ลองมาแล้วผลปรากฎว่า จากเว็บที่เคยอยู่หน้าที่ 12 ของผลการค้นหา<strong> ด้วยคีย์เวิร์ดคำหนึ่ง</strong>ผ่านไปไม่ถึง 2 เดือนผลการค้นหาก็มาอยู่หน้าที่ 1 แล้วครับ แถมอันดับดีซะด้วย เป็นรองแค่คู่แข่งที่เค้าครองคีย์เวิร์ดคำนั้นมาก่อน 2 เว็บเอง ^^</p>
<p>ถึงตรงนี้ใครที่คิดจะเริ่มทำ SEO คงได้ประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อยนะครับ แล้วผมจะนำข้อมูลเทคนิคอื่นๆ ในเรื่องของ <a title="SEO" href="http://blog.kamtorn.com/category/seo-basic" target="_blank">SEO</a> มานำเสนอต่อๆ ไปครับ คิดไว้ครับ &#8230; อันดับดี คนเข้าเยอะ ก็ได้เงินเยอะครับ ^^</p>
<p><a href="http://blog.kamtorn.com/wp-content/uploads/2009/06/seo-title1.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-471" title="SEO title tag" src="http://blog.kamtorn.com/wp-content/uploads/2009/06/seo-title1-400x222.jpg" alt="SEO title tag" width="400" height="222" /></a><br />
ตัวอย่าง title ของคีย์เวิร์ดเทพของไทย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.kamtorn.com/2009/06/seo-title-tag.htm/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Link Exchange แลกลิ๊งค์กันดีกว่า</title>
		<link>http://blog.kamtorn.com/2009/02/link-exchange.htm</link>
		<comments>http://blog.kamtorn.com/2009/02/link-exchange.htm#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 06 Feb 2009 07:20:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kamtorn</dc:creator>
				<category><![CDATA[SEO Basic]]></category>
		<category><![CDATA[ลิ๊งค์เพื่อนบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[แลกลิ๊งค์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.kamtorn.com/?p=36</guid>
		<description><![CDATA[สำหรับผู้ที่ต้องการแลกลิ๊งค์กับ kamtorn.com ก็ไม่ยากครับเรามีให้เลือกทั้งแบบ Text Link และก็ Banner เพียงนำโค้ดด้านล่างนี้ไปติดที่เว็บไซท์ของท่านหน้าไหนก็ได้ครับ เสร็จแล้วก็มาโพสแจ้งได้ที่คอมเม้นท์เลยครับ ผมจะทำลิ๊งค์กลับไปหาเว็บของคุณทันทีครับ และผมขอรับแต่ลิ๊งค์แบบตัวหนังสือ (Text Link) เท่านั้นนะครับ &#8230; อ๊ะๆๆๆ อย่าเพิ่งคิดว่าผมเอาเปรียบนะครับ เช่น เว็บคุณเอาแบนเนอร์ของผมไปติด แต่ผมกลับทำแค่ Text Link กลับไปหาเว็บคุณ เพราะในทาง SEO แล้ว ลิ๊งค์แบบตัวหนังสือนี้จะให้ผลดีกว่าลิ๊งค์ที่เป็นรูปภาพน่ะครับ ^^ รวมลิ๊งค์เพื่อนบ้าน ลิ๊งค์แบบตัวหนังสือ &#60;a href=http://blog.kamtorn.com target=_blank title=kamtorn.com&#62;Kamtorn&#60;/a&#62; ลิ๊งค์แบบแบนเนอร์ขนาด 120&#215;53 พิกเซล &#60;a href=http://blog.kamtorn.com target=_new&#62;&#60;img src=http://blog.kamtorn.com/images/kamtorn-banner-120-53.gif border=0&#62;&#60;/a&#62;]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สำหรับผู้ที่ต้องการแลกลิ๊งค์กับ kamtorn.com ก็ไม่ยากครับเรามีให้เลือกทั้งแบบ Text Link และก็ Banner เพียงนำโค้ดด้านล่างนี้ไปติดที่เว็บไซท์ของท่านหน้าไหนก็ได้ครับ เสร็จแล้วก็มาโพสแจ้งได้ที่คอมเม้นท์เลยครับ ผมจะทำลิ๊งค์กลับไปหาเว็บของคุณทันทีครับ และผมขอรับแต่ลิ๊งค์แบบตัวหนังสือ (Text Link) เท่านั้นนะครับ &#8230; อ๊ะๆๆๆ อย่าเพิ่งคิดว่าผมเอาเปรียบนะครับ เช่น เว็บคุณเอาแบนเนอร์ของผมไปติด แต่ผมกลับทำแค่ Text Link กลับไปหาเว็บคุณ เพราะในทาง SEO แล้ว ลิ๊งค์แบบตัวหนังสือนี้จะให้ผลดีกว่าลิ๊งค์ที่เป็นรูปภาพน่ะครับ ^^</p>
<p><a title="แลกลิ๊งค์" href="http://blog.kamtorn.com/link-exchange" target="_self">รวมลิ๊งค์เพื่อนบ้าน</a></p>
<p><strong>ลิ๊งค์แบบตัวหนังสือ</strong></p>
<blockquote><p><strong>&lt;a href=<a href="http://blog.kamtorn.com">http://blog.kamtorn.com</a> target=_blank title=kamtorn.com&gt;Kamtorn&lt;/a&gt;</strong></p></blockquote>
<p><strong>ลิ๊งค์แบบแบนเนอร์ขนาด 120&#215;53 พิกเซล<br />
</strong><img class="size-full wp-image-38 alignnone" title="kamtorn-banner-120-53" src="http://blog.kamtorn.com/wp-content/uploads/2009/02/kamtorn-banner-120-53.gif" alt="kamtorn-banner-120-53" width="120" height="53" /></p>
<blockquote><p>&lt;a href=<a href="http://blog.kamtorn.com/">http://blog.kamtorn.com</a> target=_new&gt;&lt;img src=<a href="http://blog.kamtorn.com/images/kamtorn-banner-120-53.gif">http://blog.kamtorn.com/images/kamtorn-banner-120-53.gif</a> border=0&gt;&lt;/a&gt;</p></blockquote>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.kamtorn.com/2009/02/link-exchange.htm/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>10</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>SEO คืออะไร</title>
		<link>http://blog.kamtorn.com/2009/01/what-is-seo.htm</link>
		<comments>http://blog.kamtorn.com/2009/01/what-is-seo.htm#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 15 Jan 2009 03:09:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kamtorn</dc:creator>
				<category><![CDATA[SEO Basic]]></category>
		<category><![CDATA[google]]></category>
		<category><![CDATA[msn]]></category>
		<category><![CDATA[search engine]]></category>
		<category><![CDATA[yahoo]]></category>
		<category><![CDATA[เสิร์ชเอ็นจิ้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.kamtorn.com/?p=24</guid>
		<description><![CDATA[SEO เป็นคำย่อมาจาก Search Engine Optimization ถ้าจะแปลกันง่ายๆ ก็คือ &#8220;การปรับปรุงเว็บหรือบล๊อกของเราให้มีประสิทธิภาพดีที่สุด เพื่อผลในการค้นหาด้วยเสิร์ชเอ็นจิ้น&#8221; ทำไมถึงต้องทำ SEO? ก่อนอื่นขอกล่าวถึงเครื่องมือที่เราใช้ค้นหาข้อมูลในโลกอินเตอร์เน็ตหรือที่เราเรียกว่า Search Engine กันก่อนนะครับ ว่าในโลกเรานั้นมีเสิร์ชเอ็นจิ้นอยู่มากมายหลายแห่ง แต่ที่ดังๆ แล้วเราๆ ท่านๆ คุ้นเคยกันก็คงไม่พ้น Google, Yahoo และ MSN โดยเฉพาะ Google นั้น ตอนนี้ก็ครองอันดับ 1 ในโลกของการค้นหาข้อมูลอยู่นะครับ และมีส่วนแบ่งทางการตลาดมากกว่า Yahoo และ MSN รวมกันซะอีก ดังนั้นผมว่าคนส่วนใหญ่ที่ทำ SEO จะทำเพื่ออ้างอิงกับระบบการค้นหาหรืออัลกอริทึ่มของ Google ซะมากนะครับและเหตุที่เสิร์ชเอ็นจิ้นมีความสำคัญอย่างมากในการค้นหาข้อมูล ก็เเพราะว่าในปัจจุบันมีเว็บไซท์อยู่มากมายเป็นพันล้านเว็บ ข้อมูลก็มีความหลากหลาย แล้วเราเองก็ไม่สามารถรู้ได้เลยครับว่าข้อมูลที่เราต้องการดูนั้นอยู่ที่เว็บไหน URL อะไร (นอกจากท่านจะมีเว็บที่เข้าเป็นประจำอยู่แล้วนะ) เราก็ต้องพึ่งพาเสิร์ชเอ็นจิ้นต่างๆ ในการค้นหา ลองเข้า google.com แล้วค้นหาคำว่า &#8220;Wonder Girl&#8221; ดูสิครับ จากผลการค้นหาจะพบว่ามีข้อมูลเกี่ยวกับ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><span style="color: #3366ff;"><a href="http://blog.kamtorn.com"><img class="alignleft size-full wp-image-26" title="SEO Search Engine Optimization" src="http://blog.kamtorn.com/wp-content/uploads/2009/02/seo01.jpg" alt="SEO Search Engine Optimization" width="180" height="139" /></a>SEO</span> </strong>เป็นคำย่อมาจาก <span style="color: #3366ff;">Search Engine Optimization</span> ถ้าจะแปลกันง่ายๆ ก็คือ &#8220;<span style="color: #3366ff;">การปรับปรุงเว็บหรือบล๊อกของเราให้มีประสิทธิภาพดีที่สุด เพื่อผลในการค้นหาด้วยเสิร์ชเอ็นจิ้น</span>&#8221; ทำไมถึงต้องทำ SEO?</p>
<p>ก่อนอื่นขอกล่าวถึงเครื่องมือที่เราใช้ค้นหาข้อมูลในโลกอินเตอร์เน็ตหรือที่เราเรียกว่า Search Engine กันก่อนนะครับ ว่าในโลกเรานั้นมีเสิร์ชเอ็นจิ้นอยู่มากมายหลายแห่ง แต่ที่ดังๆ แล้วเราๆ ท่านๆ คุ้นเคยกันก็คงไม่พ้น Google, Yahoo และ MSN โดยเฉพาะ Google นั้น ตอนนี้ก็ครองอันดับ 1 ในโลกของการค้นหาข้อมูลอยู่นะครับ และมีส่วนแบ่งทางการตลาดมากกว่า Yahoo และ MSN รวมกันซะอีก ดังนั้นผมว่าคนส่วนใหญ่ที่ทำ SEO จะทำเพื่ออ้างอิงกับระบบการค้นหาหรืออัลกอริทึ่มของ Google ซะมากนะครับ<span id="more-24"></span>และเหตุที่เสิร์ชเอ็นจิ้นมีความสำคัญอย่างมากในการค้นหาข้อมูล ก็เเพราะว่าในปัจจุบันมีเว็บไซท์อยู่มากมายเป็นพันล้านเว็บ ข้อมูลก็มีความหลากหลาย แล้วเราเองก็ไม่สามารถรู้ได้เลยครับว่าข้อมูลที่เราต้องการดูนั้นอยู่ที่เว็บไหน URL อะไร (นอกจากท่านจะมีเว็บที่เข้าเป็นประจำอยู่แล้วนะ) เราก็ต้องพึ่งพาเสิร์ชเอ็นจิ้นต่างๆ ในการค้นหา</p>
<blockquote><p>ลองเข้า <a title="Google" href="http://www.google.com" target="_blank">google.com</a> แล้วค้นหาคำว่า &#8220;Wonder Girl&#8221; ดูสิครับ</p></blockquote>
<p style="TEXT-ALIGN: center"><a href="http://blog.kamtorn.com"><img class="size-full wp-image-27 aligncenter" title="SEO Search Engine Optimization" src="http://blog.kamtorn.com/wp-content/uploads/2009/02/seo02.jpg" alt="SEO Search Engine Optimization" width="450" height="364" /></a></p>
<p>จากผลการค้นหาจะพบว่ามีข้อมูลเกี่ยวกับ 5 นักร้องสาว Wonder Girl เพียบเลย ทั้งเว็บไซท์ รูปภาพ มิวสิควิดีโอ จะเห็นได้ว่ามีรายชื่อเว็บไซท์ที่มีข้อมูลที่เกี่ยวข้องแสดงอยู่ 10 อันดับ (จริงๆ Google สามารถตั้งได้ครับว่าให้แสดงมากกว่า 10) ในผลการค้นหาหน้าแรก นี่ล่ะครับความสำคัญของการทำ <strong><span style="color: #3366ff;">SEO</span></strong> มันอยู่ตรงนี้ครับ การพาตัวเองให้เข้ามาอยู่ในผลการค้นหา 1 ใน 10 ในคีย์เวิร์ด (Keyword) นั้นๆ คือสิ่งที่คนทำ <strong><span style="color: #3366ff;">SEO</span></strong> หวังไว้ครับ และจะดีที่สุดถ้าสามารถไปอยู่ที่อันดับ 1 ได้ ^^ ซึ่งถ้าเราทำเช่นนั้นได้จะเกิดอะไรขึ้นครับ อย่างแรกเลยเว็บไซท์หรือบล๊อกของเราก็จะมีคนเข้ามากขึ้น (ก็แหงล่ะครับ ค้นปุ๊บเจอเว็บของเราอยู่ที่ 1 ปั๊บ) เมื่อมีคนเข้าเยอะขึ้นเราสามารถหารายได้เข้ามาหล่อเลี้ยงชีวิตได้ครับ (ว่าไปนั่น แต่ก็จริงนะครับ) และผมว่าการทำ <strong><span style="color: #3366ff;">SEO</span></strong> มันน่าสนุกตื่นเต้นดีนะครับลุ้นดีด้วยทุกครั้งที่เห็นเว็บของเรากำลังไต่อันดับขึ้นไปเรื่อยๆ (แต่บางทีอาจจะมีลงได้เหมือนกัน -.-&#8217;)</p>
<p>แต่เส้นทางแห่งอันดับ 1 ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบครับ ในคีย์เวิร์ดที่มีคนค้นหามากๆ ก็มักจะมีคู่แข่งเยอะ แล้วก็เก่งๆ กันทั้งนั้นซึ่งการจะพาตัวเองไปอยู่ที่ 1 นั้นยากมากต้องอาศัยความเก๋า + ประสบการณ์และดวงนิดๆ บางทีแค่ 1 ใน 10 ยังเลือดตาแทบกระเด็นเลยครับ</p>
<p>สุดท้ายนี้ขอสรุปอีกทีว่า <strong><span style="color: #3366ff;">SEO</span> </strong>คือ &#8220;<span style="color: #3366ff;">การปรับปรุงเว็บหรือบล๊อกของเราให้มีประสิทธิภาพดีที่สุด เพื่อผลในการค้นหาด้วยเสิร์ชเอ็นจิ้น</span>&#8221; ครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.kamtorn.com/2009/01/what-is-seo.htm/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
